THINK-CORNER

รวมไอดอลสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ พร้อมช่วยขับเคลื่อนสังคม LGBTQ+

รวมไอดอลสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ พร้อมช่วยขับเคลื่อนสังคม LGBTQ+

ส่งท้ายเดือนมิถุนายน เดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศและความภาคภูมิใจของชาว LGBTQ+ หรือ Pride Month Thinkidol เลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักไอดอลที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงและสนับสนุนสิทธิของชาว LGBTQ+ กันค่ะ อย่างที่ทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่า แม้จะมีบางประเทศที่ให้สิทธิแก่คนกลุ่มนี้มากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศบนโลกที่ยังไม่ได้ให้สิทธิและการยอมรับอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นการที่ดาราไอดอลหรือคนดังแสดงการสนับสนุน ก็ยิ่งเหมือนเป็นแรงขับเคลื่อนทางสังคมอีกช่องทางนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะในสังคมเกาหลีใต้ที่ค่อนข้างอ่อนไหวกับประเด็นนี้ และยังไม่ได้เปิดกว้างกับความหลากหลายทางเพศเท่าที่ควร ซึ่งอิทธิพลของเหล่าดนดังหรือไอดอลก็ช่วยทำให้แฟนๆ ได้ตระหนักรู้ถึงสิทธิต่างๆ มากยิ่งขึ้นซึ่งถือว่าเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจมากเลยค่ะ 

BTS

เริ่มต้นด้วย หนุ่มๆ BTS ที่ได้แสดงจุดยืนในการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศผ่านช่องทางต่างๆ และบนเวทีโลกมาแล้ว โดยเมื่อปี 2018 BTS ได้เข้าร่วมแคมเปญ LOVE YOURSELF กับทาง UNICEF และ RM ได้กล่าวสุนทรพจน์บนเวที United nation (UN) ว่า “No matter who you are, where you’re from, your skin color, gender identity: speak yourself.” หรือแปลว่า “ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน ผิวสีอะไร อัตลักษณ์ทางเพศจะเป็นอะไร ขอให้แสดงความเป็นตัวเองออกมา” 

และในงาน Melon Music Award (MMA) ในปีเดียวกัน เจโฮป (J-HOPE) ก็ได้กล่าวถึง ‘การเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการได้เดินทางไปทั่วโลก ที่ทำให้เขาเข้าใจว่าผู้คนมีความแตกต่างและหลากหลายและรู้สึกถึงความรักแตกต่างกันออกไป’ 

หรือบทสัมภาษณ์กับทาง Billboard ของ SUGA ที่ถามในประเด็น LGBTQ+ ซึ่งเขาก็ได้ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่มีอะไรผิด ทุกคนเท่าเทียมกัน” หรือบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยพูดถึงสเปคสาวในอุดมคติว่า ‘เขามองที่นิสัยและไม่มีสเปค ซึ่งเขาก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเพศตรงข้ามเท่านั้น’

พวกเขายังสนับสนุนนักร้องที่เป็นชาว LGBTQ+ หลากหลายคนด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Troye Sivan, Halsey หรือ Lil Nas X  อีกทั้งยังสนับสนุนเพลง, ภาพยนต์, หรือสินค้าต่างๆ ที่มีจุดยืนในการสนับสนุนชาว LGBTQ+ หรือแม้แต่ตัวละคร BT21 ก็ไม่ได้ระบุเพศ หรือเรียกว่าเป็น ‘Gender-neutral’ นั่นเอง 

Holland

และอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Holland หรือ โกแทซอบ (Go Taeseob) ศิลปิน K-pop ที่ออกมาเปิดเผยว่าตนเองนั้นเป็น LGBTQ+  อีกทั้งชื่อสเตจเนมของเขาก็มาจากชื่อประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันถูกกฎหมายเป็นประเทศแรกของโลก ซึ่งเขาก็ได้เป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มวัยรุ่น LGBTQ+ ในเกาหลี 

เขาเคยพูดในรายการ SBS PopAsia ว่า “มีคนดังในเกาหลีไม่มากนัก ที่จะพูดถึงสิทธิมนุษยชน ฉันคิดว่าต้องมีคนอย่างฉันที่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนของตัวเอง” อีกทั้งเขายังเคยชื่นชม RM ที่พูดสุนทรพจน์บนเวที UN และยังเป็นแฟนคลับวง BTS อีกด้วย 

อีกทั้งหลังจากการเลือกตั้งล่าสุดในเกาหลีใต้ รัฐบาลที่ประกาศจุดยืนต่อต้านกลุ่ม LGBTQ+ ก็ยิ่งสร้างผลกระทบต่อชาว LGBTQ+ ในเกาหลีใต้ รวมถึง Holland ด้วยเช่นกัน เขาเผยว่า “ระหว่างที่ฉันกำลังเดินอยู่ที่อีแทวอนกับผู้จัดการและเพื่อน ฉันโดยทำร้ายร่างกายจากชายแปลกหน้า ด้วยการชกที่หน้า 2 ครั้ง และเรียกฉันว่า ‘Dirty gay’ ตอนนี้ฉันมีแผลเป็นบนใบหน้า และกำลังไปโรงพยาบาล” และเขายังแสดงความคิดเห็นอีกมากมายเกี่ยวกับการต่อต้านและไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงจากความเกลียดชังทั้งต่อกลุ่ม LGBTQ+, ผู้หญิง, คนชรา หรือแม้แต่ชนกลุ่มน้อยในสังคม

(G)I-DLE

ตามด้วยสาวๆ วง (G)I-DLE ที่ได้แสดงจุดยืนการสนับสนุน LGBTQ+ Community ผ่านเนื้อหาและคอนเซ็ปต์เพลงของพวกเธอ โดยเฉพาะเพลง ‘Oh my god’  โซยอน (Soyeon) ได้อธิบายถึงคอนเซ็ปต์เพลงนี้ว่าจินตนาการแสดงให้เห็นถึงความรักหลายรูปแบบ อีกทั้งในท่อนฮุก “Oh my god / She took me to the sky” ซึ่งใช้ศัพท์นามแทน ‘God’ หรือพระเจ้า ด้วยคำว่า ‘She’ สื่อถึงเพศหญิง หรืออาจสื่อคนรักหญิง ซึ่งตัวสาวๆ เองไม่ได้ต้องจำกัดความคำว่า ‘She’ ให้มีความหมายถึงผู้หญิงเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงทุกสิ่ง และเชื่อว่าความรักในทุกรูปแบบควรค่าแก่การเคารพ ยิ่งเป็นการย้ำแนวคิดเฟมินิสต์ว่า ความรักไม่ได้มีแค่ชายคู่กับหญิงเท่านั้น 

หรือแม้แต่สัญลักษณ์อื่นๆ ที่ปรากฏในเอ็มวีของสาวๆ ก็มักจะสื่อถึงความเป็นผู้หญิงนั่นเอง และเพลงล่าสุด ‘TOMBOY’ ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ ความเป็นตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์อะไรมาวัด ซึ่งตรงกับแนวคิดเฟมินิสต์ที่ไม่ได้หมายถึงการเรียกร้องสิทธิให้เพศหญิงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเรียกร้องให้เกิดวามเท่าเทียมให้กับทุกๆ เพศนั่นเอง 

CL

ตัวแม่ของวงการที่มีอิทธิพลต่อแฟนคลับเกาหลีและแฟนคลับทั่วโลก การแสดงจุดยืนของ CL ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะเธอมีเพื่อน และแฟนๆ ที่เป็นชาว LGBTQ+ จำนวนมาก โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ELLE ซึ่งเธอก็ได้พูดถึงและชื่นชมเพื่อนๆ และแฟนๆ ของเธอที่เป็นชาว LGBTQ+ โดยเฉพาะเพื่อนสนิทอย่าง Jeremy Scott เกย์ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง 

อีกทั้งเธอก็ได้แสดงจุดยืนอย่างเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะ โดยแฟนๆ เจอเธอที่คลับเกย์ในย่านอีแทวอนในเกาหลี ทำให้แฟนๆ ประทับใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งเธอยังเคยโพสต์ผ่านอินสตาแกรมเพื่อแสดงความยินดีกับกฎหมายการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันของไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชียที่สามารถสมรสระหว่างเพศเดียวกันได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งไม่สงสัยเลยว่าทำไมกลุ่มชาว LGBTQ+  ถึงรักและให้การสนับสนุนเธอ

MAMAMOO

และวงต่อมากับ MAMAMOO ที่หลายๆ คนอาจจะทราบอยู่แล้วว่าพวกเธอแสดงจุดยืนเพื่อขับเคลื่อนสังคมในหลายๆ รูปแบบ รวมถึงการสนับสนุน LGBTQ+ Community ด้วย ผ่านโซเชียลมีเดีย, เพลงและสเตจต่างๆ โดยเฉพาะเอ็มวีเพลง ‘Um Oh Ah Yeh’ ที่ปล่อยออกมาในปี 2015 ซึ่งในเอ็มวีสมาชิกในวงแต่ละคน มีการแต่งตัวในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงและผู้ชาย อีกทั้งยังสื่อให้เห็นความรักแบบที่ไม่คำนึงถึงเพศใดๆ (Pansexual) หรือแบบไร้เพศ (Genderless) แค่รักในสิ่งที่เป็นโดยไม่ต้องมีคำอธิบายหรือกรอบเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่ใหม่มากๆ ในเกาหลี ทำให้พวกเธอเป็นที่สนใจมากขึ้นในกลุ่ม LGBTQ+ Community ทั้งในและต่างประเทศ

บนสเตจ Melon Music Award (MMA) ในปี 2016 พวกเธอก็ได้ทำการแสดงร่วมกับกลุ่มแดนเซอร์ Gender- Fluid อย่าง Pinky Cheek 

อีกทั้งมุนบยอลเคยโพสต์ข้อความในวัน National Coming Out Day ในหลายๆ ปี โดยส่วนหนึ่งในข้อความของปี 2017 พูดว่า “ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พวกเราเป็นคนเหมือนๆ กัน คนที่สามารถมีความรักได้ และไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิดแปลกออกไป เราแค่มีความคิดที่ต่างออกไป ไม่มีใครผิด”

และยังมีเอ็มวีของ MAMAMOO และเพลงเดี่ยวของสมาชิกแต่ละคนอีกหลายๆ ตัวที่มีคอนเซ็ปต์ หรือสอดแทรกสัญลักษณ์ต่างๆ ในการสนับสนุน LGBTQ+ Community ไม่ว่าจะเป็นเพลง Goodbye – WHEEIN ในคอนเซ็ปต์คู่รักเลสเบี้ยน (Lesbian,) เพลงโคฟเวอร์ Don’t Forget หรือเพลงอื่นๆ ที่มุนบยอลมักจะใช้สรรพนามแบบไม่ระบุเพศ (Gender-neutral) และเพลง Shutdown – MOONBYUL Feat.Seori ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่รักหญิง-หญิง, เพลง Wind flower – MAMAMOO ที่มีฉากคู่รักเกย์ อ้างอิงจากภาพยนต์ฮ่องกง ‘Happy together’ หรือเพลง HIP – MAMAMOO ที่มี Drag Queen ร่วมเล่นเอ็มวีด้วยอย่าง Nana Kim และ BAMBI จาก Neon Milk 

Sakura & Yunjin LE SSERAFIM 

ต่อด้วยสอง 2 สาว วง LE SSERAFIM ซากุระ (Sakura)  และยุนจิน (Yunjin) ที่เพิ่งเดบิวต์มาได้เดือนกว่าๆ ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนในการซัพพอร์ต LGBTQ+ Community อย่างเปิดเผย

ซากุระเองเคยให้สัมภาษณ์กับ Weverse Magazine พูดถึงคอลัมน์ที่เธอเคยเขียนไว้เมื่อปี 2017 เกี่ยวกับการรีวิวภาพยนต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBTQ+ ของญี่ปุ่นเรื่อง ‘Close-Knit’ เพื่อที่จะเพิ่มความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับชุมชน LGBTQ+ และเธอได้ตอบว่า “จริงๆ แล้วมีการเตือนไอดอลที่พูดความคิดของพวกเขาในเวลานั้น แต่ฉันคิดว่าฉันสามารถพูดได้ เพราะไอดอลไม่ใช่แค่ร้องหรือเต้นบนเวทีเท่านั้น แต่ไอดอลสามารถที่จะเป็น Role Model หรือแบบอย่างให้กับผู้อื่น และอยู่เคียงข้างคนอื่นอยู่เสมอได้เช่นกัน และฉันคิดว่าหากไอดอลได้พูดถึงปัญหาใดๆ ก็จะยิ่งทำให้คนอื่นๆ รับรู้ถึงปัญหาได้ และซักวันหนึ่งวงของพวกเราอาจจะได้ร้องเพลงที่เกี่ยวกับความรัก และฉันอยากที่จะร้องเพลงที่พูดถึงความรักอย่างสากล ไม่จำกัดเพศ”

และล่าสุดยุนจินก็ได้ทวิตรูปภาพของเธอที่กำลังเล่นสาดสีบนผนัง โดยสีที่หลากหลายสื่อถึงสีรุ้งที่เป็นตัวแทนของ LGBTQ+ Community พร้อมข้อความว่า “ย้อนหลังเทศกาล Pride ฉันรักคุณ โดยไม่มีเงื่อนไข” 

TWICE

ต่อด้วยสาวๆ TWICE ขวัญใจชาว LGBTQ+ พวกเธอก็ได้ซัพพอร์ต LGBTQ+ Community อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะคอนเสิร์ตที่เป็นที่พูดถึงอย่างมาก ‘TWICE WORLD TOUR 2019 ‘TWICELIGHTS IN SEOUL’’ โดยพวกเธอได้ทำการแสดงเพลง ‘Born This Way’ ของ Lady Gaga แบบไม่มีการเซนเซอร์เนื้อหาในท่อนNo matter gay, straight, or bi’, lesbian, transgender life

I’m on the right track, baby, I was born to survive’ โดยเพลงนี้มีเนื้อหาที่ชัดเจนในการสนับสนุนความเป็นตัวของตัวเองของชนกลุ่มน้อยในสังคม ทั้งเรื่องความแตกต่างของเชื้อชาติ, สีผิว, คนพิการ หรือแม้แต่เรื่องความหลากหลายทางเพศเช่นกัน ทำให้สาวๆ TWICE เป็นที่พูดถึงและได้รับคำชื่นชมมากมายจากเหล่าวันซ์ รวมถึงแฟนคลับของ Lady Gaga ด้วย และยังมีอีกหลายๆ เวทีที่พวกเธอแสดงออกถึงการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ จึงทำให้เธอได้ใจแฟนคลับที่เป็นชาว LGBTQ+ ไปเต็มๆ

Tiffany Young 

ทิฟฟานี่ (Tiffany Young) วง Girls’ Generation ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ซัพพอร์ตสิทธิของ LGBTQ+ มานานแล้ว ซึ่งใน Seoul Pride Parade ปี 2019 เธอก็ได้เขียนข้อความถึงชุมชนชาว LGBTQ+ ผ่าน Billboard เพื่อขอบคุณพวกเขาสำหรับความรัก, ความสวยงาม, แรงบันดาลใจ และแสงสว่างที่พวกเขาได้มอบให้กับโลกใบนี้ และบอกพวกเขาว่า พวกเขาได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายและพลังของการรักในตัวเอง (Self-Love), ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข, การยอมรับในตัวตน, และอิสระในการแสดงออกของพวกเขาก็ยังเป็นแรงบันดาลใจและความกล้าหาญของเธอด้วยเช่นกัน และส่งท้ายด้วยประโยค “ฉันจะยืนเคียงข้างคุณ และยินดีกับพวกคุณไม่ใช่แค่ในวันนี้แต่ทุกๆ วัน” 

อีกทั้งเพลง ‘Over My Skin’ ของทิฟฟานี่ก็จงใจที่จะไม่ได้พูดถึงผู้ชาย เพื่อที่จะให้หลายๆ คนสามารถรู้สึกถึงเพลงได้อย่างเต็มที่

Ten NCT & WayV

เตนล์ (Ten) วง NCT และ WayV ก็แสดงการสนับสนุนชาว LGBTQ+ อย่างเปิดเผย เขาเคยพูดให้กำลังใจและซัพพอร์ต LGBTQ+ Coummunity อย่างจริงใจผ่านการวิดีโอคอลกับแฟนคลับคนหนึ่งในงานแฟนไซน์วิดีโอคอลว่า “ผมอยากให้คุณเป็นตัวของตัวเอง เราทุกคนเหมือนกัน เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนๆ กัน ดังนั้นต้องรักตัวเอง และไม่ต้องพยายามเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวเองเลย แค่เป็นคุณเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว แค่คุณมีความสุขกับตัวเอง เท่านั้นก็พอแล้ว” ซึ่งแฟนคนนั้นได้โพสต์วิดีโอของเตนล์ลงบนทวิตเตอร์ทำให้แฟนๆ ต่างชื่นชมและประทับใจอย่างมาก 

นอกจากเหล่าไอดอลที่ทาง Thinkidol ได้พาไปรู้จักแล้วยังมีไอดอลคนอื่นๆ อีกมากมายที่สนับสนุนและเป็นกระบอกเสียงเพื่อเรียกร้องสิทธิให้กับชาว LGBTQ+ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม หากมีไอดอลคนไหนที่เพื่อนๆ ชาวติ่งอยากแชร์เพิ่ม ก็อย่าลืมมาแชร์ให้ได้รู้จักกันนะคะ

อีกทั้งชาวติ่งยังสามารถช่วยเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยเพื่อสิทธิของชาว LGBTQ+ ด้วยการสนับสนุน ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ ได้ที่นี่

Source (1)(2)(3)(4)(5)(6)(7)(8)(9)(10)(11)(12)(13)(14)(15)(16)(17)(18)(19)(20)(21)(22)(23)(24)

About Author

soul.yr

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า