THINK-CORNER

พาตะลุยคอนเสิร์ต NCT 127 2nd Tour Neo City : Seoul THE LINK แบบออนไลน์!

พาตะลุยคอนเสิร์ต NCT 127 2nd Tour Neo City : Seoul THE LINK แบบออนไลน์!

ตั้งแต่โลกของเราเผชิญกับโควิด-19 มาก็ทำให้เพื่อนๆ ชาวติ่งอดเจอศิลปินในดวงใจของเรามานานถึง 2 ปี เราก็ทำได้เพียงพบเจอกันในคอนเสิร์ตแบบออนไลน์มาอย่างยาวนาน แต่ในที่สุดก็สิ้นสุดการรอคอยสักที สำหรับคอนเสิร์ตแบบออฟไลน์ของ NCT 127 อย่าง ‘NCT127 2nd Tour Neo City : Seoul THE LINK’ ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17-19 ธันวาคม ที่ Gocheok Sky Dome ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคนที่ได้ไปเจอ NCT 127 ก็ยังไม่ใช่แฟนๆ ชาวไทยแต่เป็นแฟนๆ ในเกาหลีเท่านั้น แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ว่าสักวันพวกเขาจะบินมาหาแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้งนะคะ

เพราะงั้นวันนี้เราจะพาไปตะลุยคอนเสิร์ต NCT127 2nd Tour Neo City : Seoul THE LINK แบบออนไลน์ที่ตัวอยู่ไทย ใจถึงเกาหลีแล้วไปด้วยกัน แต่ที่สำคัญเลยต้องดูแบบถูกลิขสิทธิ์เท่านั้นนะคะ NCTzen ชาวไทย ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ!

คอนเซ็ปต์ของคอนเสิร์ตในครั้งนี้คือ ‘THE LINK’ การเชื่อมต่อกันของทุกอย่าง ทั้งการเชื่อมกันของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เช่นเดียวกันกับพวกเรา การเชื่อมต่อกันของ NCT 127 และ NCTzen ทั่วโลก NCTzen คือความหวังของ NCT 127 แม้ว่าตัวจะอยู่ไกลกันแค่ไหน แต่ทุกคนก็จะยังอยู่ในใจของ NCT 127 เสมอ นี่คือใจความหลักของคอนเสิร์ตนี้ที่เหล่าหนุ่มๆ NCT 127 สื่อมาถึงเหล่าแฟนคลับของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

เริ่มคอนเสิร์ตด้วยความอลังการที่หนุ่มๆ NCT 127 ยืนบนกระเช้าลอยฟ้าลงมาจนถึงพื้น อย่างกับเทวดาลงมาจากสวรรค์ไม่มีผิด เปิดด้วยการแสดงอันร้อนระอุ ปะทุความฮอตไปทั่วทั้งฮอลล์ตั้งแต่เริ่มด้วยเพลง ‘Kick it’, ‘Lemonade’ และ ‘Earthquake’ ปลุกพลังได้อย่างดีเยี่ยมหลังจากที่หายจากคอนเสิร์ตออฟไลน์กันไปอย่างยาวนาน

เข้าสู่ช่วงทักทายหนุ่มๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้เจอกับ NCTzen นานมากๆ แล้ว โดยไม่ลืมที่จะทักทายแฟนๆ จากทั่วทุกมุมโลกที่กำลังรับชมผ่านทาง Vlive ยูตะพูดทักทายไปถึงแฟนๆ ที่นั่งชั้นอื่นๆ ซึ่งอยู่ห่างออกไปว่าเห็นพวกเขาชัดใช่ไหม เหล่า NCTzen แทบจะตายเพราะความอบอุ่นของนายญี่ปุ่นคนนี้อยู่แล้วนะคะ NCT 127 หวังว่าแฟนคลับทุกคนจะมีความสุขกับโชว์ในวันนี้ของพวกเขา และเสียใจที่วันนี้ NCTzen ทุกคนในโลกไม่สามารถดูคอนเสิร์ตแบบออฟไลน์ และไม่สามารถมาอยู่ในคอนเสิร์ตนี้ด้วยกันได้ 

หลังจากนั้นหนุ่มๆ ก็แสดงอีกหลายต่อหลายเพลงทั้ง ‘Elevater’, ‘Dreamer’ และ ‘Love Song’ โดยสิ่งที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือโซโล่สเตจของเมมเบอร์แต่ละคนนั่นเอง เริ่มที่พี่ใหญ่ของวงอย่าง แทอิล (Taeil) กับการอวดเสียงหวานไพเราะ การขึ้นไฮโน๊ตที่บาดใจในเพลง ‘Another World’ และไปต่อที่เพลงคู่ของ แทอิลและ แฮชาน (Haechan) อย่าง ‘Love Sign’ ที่เพลงนี้ทั้งสองคนได้ร่วมกันแต่งขึ้นมาเพื่อแฟนๆ โดยเฉพาะ ไม่เพียงเท่านี้ ในเพลงนี้แฮชานยังได้มีโอกาสร่วมคิดท่าเต้น ซึ่งเป็นโซโล่สเตจของแฮชานในคอนเสิร์ตนี้อีกด้วย บอกเลยว่าเสน่ห์ของหนุ่มคนนี้กระจายไปทั่วคอนเลยทีเดียวเชียว

ไปต่อกันที่เพลงที่รวมเมมเบอร์ฮยองไลน์หลายคนไว้ด้วยกันทั้ง แทยง (Taeyong), จอห์นนี่ (Johnny), ยูตะ (Yuta) และ แจฮยอน (Jaehyun) ในเพลง ‘Run Back 2 U’ ที่บอกเลยว่าต้องดูด้วยตาตัวเองเท่านั้นเพราะแค่บอกมันอธิบายความปังไม่ได้จริงๆ ก่อนสมาชิกทุกคนจะกลับมารวมกันในอีกครั้งในเพลง ‘Music, Dance’, ‘Highway to Heaven’ และ ‘Breakfast’

โซโล่จากสองแร็ปเปอร์มากความสามารถของ NCT อย่าง มาร์ค (Mark) ในเพลง ‘Vibration’ เป็นการแร็ปที่เรียกได้ว่าไฟลุก บอกเลยว่าเท่มากๆ และ แทยง (Taeyong) กับเพลง ‘Moonlight’ ด้วยสไตล์ที่แปลกใหม่ ที่แทยงไม่เคยทำมาก่อน และแน่นอนว่าเขาก็ทำมันได้ดีและดีมากๆ อีกด้วย ในสเตจดูโอ้ที่ต้องมีในทุกคอนก็คือแทยงและมาร์คในเพลง ‘The Himalayas’ เป็นคู่ดูโอ้ที่ลงตัวมากๆ ถ้าเรื่องร้องคู่ดูโอ้ก็ต้องแฮชานกับแทอิล ถ้าเรื่องคูดูโอ้สายแร็ปก็ต้องแทยงกับมาร์คนี่แหละ ดีที่สุด!

ยังไม่หมดกับโซโล่ของหนุ่มๆ เราเดินทางมาจนถึงหนุ่มกิมโปคนนี้ จองอู (Jungwoo) นั่นเอง ด้วยการเต้นโซโล่พร้อมหมวกยิ่งทำให้จองอูดูเซ็กซี่และน่าค้นหามากกว่าเดิมกับเพลง ‘Lipstick’ ก่อนจะเข้าสู่เพลง ‘Focus’ และการโซโล่ของ จอห์นนี่ (Johnny) ในเพลงเดิมที่หนุ่มจอห์นนี่บอกว่าเขาปั้นหุ่นสวยๆ ของเขามาเพื่อโชว์แฟนๆ ในสเตจนี้โดยเฉพาะ ซึ่งแฟนๆ ต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าการเต้นของจอห์นนี่ในสเตจนี้มันดีมากๆ และอีกหนึ่งคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่างสเตจโซโล่ของ แจฮยอน (Jaehyun) กับเพลง ‘Lost’ ซึ่งแจฮยอนแต่งขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง หยิบยกธีมความรักใส่ลงไปในเพลง เขาบอกว่าแก้อยู่หลายครั้งเหมือนกันกว่าจะออกมาเป็นเวอร์ชันนี้ที่ดีที่สุดเพื่อแฟนๆ หวังว่าจะชอบกันนะครับ และปิดท้ายด้วยเพลง ‘The Rainy Night’ และ ‘White Night’ นั่นเอง

ตอนนี้เหลือโซโล่อีกเพียงแค่สองเมมเบอร์เท่านั้น ก็คือโดยอง (Doyoung) และ ยูตะ (Yuta) นั่นเอง ซึ่งโดยองได้โซโล่ด้วยน้ำเสียงหวานๆ สุดมีเสน่ห์ของเขาด้วยเพลง ‘The Reason Why It’s Favorite’ กับเพลงบัลลาด แต่เนื้อเพลงนั้นโดยองมีส่วนช่วยในการเขียนด้วย ก็ไปต่อกันที่ ‘Favorite’ และ ‘Simon Says’ ถึงแม้จะเดินทางมาจนถึงกลางคอนเสิร์ตกราฟความสนุกของคอนเสิร์ตก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว

มาถึงเสตจที่หลายๆ คนเฝ้ารออย่าง ‘Love on the Floor’ ที่หนุ่มๆ เต้นร่วมกับเวทีที่ยกขึ้นสูงเป็นรูปตัววีคว่ำ ซึ่งเป็นสเตจที่โชว์เสน่ห์และท่าเต้นที่น่าดึงดูดได้เป็นอย่างมาก ดูผ่านจอยังเกือบเป็นลม แฟนๆ ชาวเกาหลีที่ได้เห็นตรงหน้าจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้นะคะ ต่อกันที่ ‘Bring The Noise’ หนุ่มๆ ขึ้นรางเลื่อนไปเข้าไปใกล้ๆ กับแฟนคลับมากขึ้น พร้อมกับจังหวะเพลงที่สนุก คนในคอนเสิร์ตก็แทบจะหัวหลุดกันไปเลย และโซโล่สเตจของเมมเบอร์คนสุดท้ายอย่าง ยูตะ (Yuta) ในเพลง ‘Butterfly’ ที่มาบอกเล่าความหมายของรอยสักที่เอวด้านซ้ายของเขา ทั้งโชว์พลังเสียงที่มักจะไม่ได้ฟังในเพลงโปรโมทของยูตะและท่าเต้นสุดแสนจะมีเสน่ห์ของเขาด้วย

ตอนนี้เป็นการแสดงด้วยสมาชิกครบทุกคนด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับได้เป็นอย่างมากทั้งเพลง ‘Paradise’, ‘Love Me Now’, ‘Touch’, ‘Pirot’, ‘Sticker’ และเพลงในตำนานอย่าง ‘Cherry Bomb’ ก่อนจะไปถึงเพลงหวานๆ อย่าง ‘Dream Come True’

เดินทางมาจนถึงช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตหนุ่มๆ ต่างพูดความในใจออกมามากมาย

จอห์นนี่ – “ขอบคุณทุกคนมากจริงๆ ไว้เรามาเจอกันใหม่ในเร็วๆนี้นะครับ” 

แฮชาน – “เวลาผ่านไปเร็วมากๆครับ เป็นเวลาประมาณ 2 ปี 11 เดือนเลยที่ผมได้แต่รอมาตลอด แล้วในที่สุดเราก็ได้จัดคอน รอมานานแต่จัดแค่สามวันเอง ก็เลยเสียดายมากเลยล่ะครับ ถ้าคราวหน้าได้เจอกันอีก ผมก็อยากจะร้องเพลงกับทุกคน” 

มาร์ค – “แค่ทุกคนมาดูเราแบบนี้ ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ เลยครับ ผมไม่ขออะไรมากกว่านี้แล้ว แต่ในอนาคตอยากมาเจอกันในคอนเสิร์ตที่เพอร์เฟกต์กว่านี้นะครับ และแฟนๆ ที่ดูทาง Beyond live เจอกันในเร็วๆ นี้นะครับ” 

แจฮยอน – “ผมอยากจะขอบคุณซีจือนี่ (ชื่อแฟนคลับ) สำหรับทุกความรู้สึกนี้ครับ หวังว่านี่จะเป็นความทรงจำที่อัดแน่นสำหรับทุกคนเลยนะครับ” 

แทยง – “พวกเราคิดกันเยอะมากว่าเราจะทำมัน (จัดคอนเสิร์ต) ได้ไหม แต่สุดท้ายก็ได้ครับ มีหลายอย่างเกิดขึ้น และซีจือนี่ก็ช่วยพวกเราไว้เยอะ และคนอื่นๆ ด้วย เราอยากจะเป็นพลังให้กับทุกคนได้ด้วย เพราะงั้นทุกคนอย่าเจ็บป่วยนะครับ” 

ยูตะ – “ทุกคนสนุกไหมครับ ขอบคุณมากๆ นะครับ วันสุดท้ายมาถึงแล้ว มีความหวาดกลัวเกิดขึ้นเยอะเลยครับ มีช่วงที่คิดว่าจะทำได้จริงหรอ แต่พอมีโอกาสได้แสดงต่อหน้าแฟนๆ ทั้งหมด 3 วัน ผมมีความสุขมากๆ เลยล่ะครับ” 

แทอิล – “วันนี้ดูเหมาะกับ Dream Come True มากเลยนะครับ ขอบคุณซีจือนี่มากๆ เลยนะครับ” จองอู – “ไม่ใช่ว่าผมไม่กลัวนะ แต่เพราะทุกคนส่งแรงเชียร์ออกมาผ่านสายตา ผมเลยรู้สึกประทับใจมากๆ ผมเลยมาพร้อมความคิดที่ว่ามาแสดงให้เหมือนไม่มีพรุ่งนี้เลยเถอะ” 

โดยอง – “จริงๆ พอเพลง Dream Come True ดังขึ้นมา บวกกับข้อความที่แฟนๆ ชูขึ้นมา มันซึ้งมากๆ เลยล่ะครับ เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้าย เลยมาคิดว่าถ้าจบลงแล้วพวกเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่กันนะ เราต้องรอคอยสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นตอนไหน เพราะงั้นผมเลยตั้งใจจะจดจำวันนี้เอาไว้ให้ดี และรอวันที่จะได้เจอกันนะ สิ่งสุดท้ายที่อยากจะพูดคือ ผมจะคิดถึงทุกคนนะครับ”

เข้าสู่เพลงสุดท้ายอย่างเป็นทางการกับเพลง ‘Promise You’ ด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอมเหมือนกับได้เติมเต็มในที่สิ่งขาดหายมานาน แทยงพูดก่อนที่ประตูจะปิดลงด้วยประโยคที่ว่า “ไม่เป็นไร เพราะเราจะได้เจอกันอีกแน่นอน รักนะครับ” NCTzen เริ่มต้นการรอคอยอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม และทุกการรอคอยจะนำมาซึ่งการพบเจอ เพราะงั้นการพบเจอในครั้งถัดไปเราก็จะมีความสุขอีกครั้งแน่นอน

ถ้าใครที่ยังอยากดูอีกรอบวันที่ 26 ธันวาคมนี้ ยังมีรอบ Re-Streaming ให้ทุกๆ คนได้รับชมกันอีกหนึ่งรอบอยู่นะคะ รีบไปจับจองกันให้เรียบร้อย ที่สำคัญดูได้พร้อมกัน 2 เครื่องในเวลาเดียวกัน จะลากเพื่อนมาหารจอ หรือจะลากมาดูด้วยกัน หวีดไปด้วยกันก็จะสนุกไปอีกแบบนะคะ แต่ที่สำคัญอย่าลืมปฎิบัติตามแนวทางป้องกันโควิด-19 จากภาครัฐบาลด้วยนะคะ และอีกหนึ่งข้อที่ห้ามลืมนั่นก็คือ ดูอย่างถูกลิขสิทธิ์ ไม่สนับสนุนคนที่นำภาพจากคอนเสิร์ตที่เหล่าหนุ่ม NCT 127 ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อ NCTzen ทั่วโลกออกมานะคะ! เอาล่ะค่ะ ตอนนี้เราเองก็คิดว่าจะไปทำเล็บทำผมรอดูคอนออนไลน์กายอยู่ไทย ใจถึงเกาหลีแล้วล่ะค่ะ เจอกันในคอน (ออนไลน์) รอบ Re-Streaming นะคะ เหล่า NCTzen!

About Author

sqkk.c

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า